Home ข้อคิด ผมมีแฟนอยู่แล้ว แต่ผมกลับไปรักผู้หญิงอีกคน

ผมมีแฟนอยู่แล้ว แต่ผมกลับไปรักผู้หญิงอีกคน

0 second read
0
0

ชีวิตเราในแต่ละวัน ก็เหมือนการเดินทาง บนถนนสายหนึ่ง เป็นการเก็บเกี่ยว

ข้อมูลต่างๆข้างทาง ที่เราเดินทางผ่านการเดินทางในถนนสายเดิม ๆ ในเส้นทางเดิม ๆ บางครั้งอาจดูน่าเบื่อ

เจอแต่สภาพแวดล้อมเดิมๆ บ ร ร ย า ก า ศ เดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ให้ตื่นเต้น เมื่อเจอเส้นทางใหม่ๆ ก็ อ ย า ก ลองค้นหาดู

อ ย า ก ลองดูว่าเส้นทางใหม่นั้นสามารถนำพาเราไปสู่จุดหมายปลายทาง ได้ไวขึ้น ถนนดีกว่าเก่า หรือเปล่า

แต่ถ้าไม่ใช่ เส้นทางใหม่กลับ เป็นถนนลุกลัง เดินทางเข้าป่าเข้า ขึ้นเขา

คดเคี้ยว ย า ก ลำบากละ เราก็ต้องกลับมาใช้เส้นทางเดิมถูกไหม…?

ชีวิตคู่ก็เหมือนกันกับถนน กลางดึกคืนหนึ่ง มีพระหนึ่งรูปกับโยม คนสนทนากันอยู่ในวัด

โยม : หลวงพ่อครับ ผมแต่งงาน มีครอบครัวแล้ว แต่ตอนนี้ไปผู้หญิง

อีกคน ผมตกหลุมรัก หญิงสาวคนนั้น ผมจะทำอย่ างไรดีครับ

พระ : โยมมั่นใจมั้ยว่าผู้หญิงคนนี้ จะเป็นคนสุดท้ายที่โยมจะรักตลอดไป

โยม : แน่ใจครับ

พระ : งั้นโยม ก็ต้องเลิกกับ ภ ร ร ย า คนปัจจุบัน แล้วก็ไปขอเธอแต่งงานซะ

โยม : แต่ ภ ร ร ย า คนปัจจุบันของผมก็อบอุ่น ใจดี เป็นคนดีไม่แพ้กัน

ถ้าผมทำอย่ างนั้น มันจะไม่เห็นแก่ตัว ไร้ซึ่งคุณธรรมเกินไปหรอครับ

พระ : ในชีวิตการแต่งงานการไร้ซึ่งความรัก ถึงจะถึอว่าไร้คุณธรรม

ตอนนี้โยมรักคนอื่นแล้ว ไม่ได้รักเขาแล้วการทำแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

โยม : แต่ ภ ร ร ย า ของผมรักผมมาก รักอย่ างลึกซึ้งหมดใจด้วย

พระ : งั้นเขาก็มีความสุข

โยม : ผมจะหย่ ากับเขา ไปแต่งงานกับคนอื่น เธอต้องรู้สึกทุกข์ ท ร ม า น

ถึงจะถูก ทำไมหลวงพ่อบอกว่าเธอจะมีความสุขล่ะครับ

พระ : ในชีวิตการแต่งงาน เขายังมีความรักให้โยมอยู่ แต่โยมหมดสิ้น

ความรักต่อเขาแล้ว ในความเป็นจริงการมีเป็นความสุข การสูญสิ้นเป็นความทุกข์ ดังนั้น คนที่ทุกข์ ท ร ม า น คือโยมตะหาก

โยม : แต่ผมกำลังจะหย่ ากับเขา เพื่อไปแต่งงานกับคนอื่น เขากำลังจะเสียผมไป

พระ : โยมผิดแล้ว โยมเป็นแค่รูปธรรมการแสดงความรัก แบบหนึ่งของ

ชีวิตแต่งงาน เมื่อรูปธรรมนี้หายไป ความรักแท้ของเขาก็จะเปลี่ยนไปอยู่ที่รูปธรรมอันอื่น

ดังนั้นความรักแท้ ในชีวิตการแต่งงานของเขาไม่เคย สู ญ เ สี ย ไป เขาก็เลยมีความสุข ส่วนโยมทุกข์ ท ร ม า น

โยม : เขาเคยบอกว่าชีวิตนี้ รักแต่ผมเท่านั้น เขาจะต้องไม่รักคนอื่นแน่ๆ

พระ : แล้วตัวโยมละ… เคยพูดประโยคนนี้มั้ย…? ( พระชี้นิ้วไปที่เทียนแล้วถามต่อ )

เทียนสามเล่มที่ โยมมองเห็นตอนนี้ เล่มไหนสว่างที่สุด…?

โยม : ผมแยกไม่ออก ดูเหมือนว่าจะสว่างเท่าๆกัน

พระ : เทียนสามเล่มนี้ ก็เปรียบเสมือนผู้หญิง 3 คน หนึ่งในนั้นก็คือหญิงสาว

คนที่โยมบอกว่าโยมรักที่สุด แต่โยมกลับหาเธอไม่เจอ โลกใบนี้

กว้างใหญ่มโหฬาร ผู้คนก็มีมากมาย ผู้หญิงก็มีนับไม่ถ้วน

แค่เทียนสามเล่ม โยมยังหาเล่มที่สว่างที่สุดไม่ได้ แล้วโยมจะมั่นใจ

ได้ยังไงว่าเธอคนนี้ จะเป็นคนสุดท้ายที่โยมจะรัก ลองเดินไป

หยิบเทียนมาหนึ่งเล่ม วางไว้หน้าโยม แล้วเล่มนั้นก็จะสว่างที่สุด

โยม : แบบนั้นหลวงพ่อ ไม่ต้องบอกผมก็รู้ มันอยู่ข้างหน้าสุด อยู่ใกล้ผมมันก็ต้องสว่างที่สุดแน่ๆ

พระ : เอามันกลับไปวางไว้ที่เดิม ลองดูใหม่ซิ ว่าเล่มไหนสว่างสุด

โยม : ผมก็ยังดูไม่ออกว่าเล่มไหนสว่างสุด

พระ : ในความเป็นจริงแล้ว เทียนเล่มที่โยมหยิบมาวางตรงหน้าเมื่อกี้

ก็คือหญิงคนนั้นที่โยมรัก เมื่อโยมรักเธอ ก็เหมือนเอาเทียนมาวางไว้ใกล้ๆ มันก็จะถูกดวงตาของโยม ข ย า ย ใหญ่

แต่เมื่อเอากลับไปวางที่เดิม โยมก็จะรู้สึกว่ามองหาเล่ม ที่สว่างที่สุดไม่เจอ

ความรักที่บอกว่าเป็นรักสุดท้ายจริงๆ แล้ว ไม่มีจริงหรอกโยม มันก็เป็นแค่ภาพลวงตา ไม่มีจริง

โยม : ผมเข้าใจแล้ว หลวงพ่อไม่ได้บอก ให้ผมหย่ า เพียงแต่กำลังชี้จุดให้ผมเข้าใจ

พระ : โยมไปเถิด

โยม : ตอนนี้ ผมรู้แล้วว่าผมควรจะรักใคร ผมแค่เผลอใจไป ชั่ ว ขณะหนึ่ง

เลยทำให้ผมเผลอไป เพ่งมองเทียนเล่มอื่น ทั้งที่จริงแล้วเทียนที่สว่างสุด เขาก็คือ ภ ร ร ย า ของผมนั่นเอง

Load More Related Articles
Load More By chaiyasitbudwong
Load More In ข้อคิด

Check Also

วิธีเช็คความจริงใจจากแฟน ว่าเขาจะรักเราจริงไหม

คนสมัยนี้ชักดูย ากเข้าไปทุกที บางคนที่บอกว่ารักเรามาก เ … …