Home ข้อคิด วิธีเพิ่มเงินให้เยอะ ภายใน 1 เดือน

วิธีเพิ่มเงินให้เยอะ ภายใน 1 เดือน

6 second read
0
0

ฟทำงานหนักงานเยอะ จุกจิก วุ่นวาย แต่รายได้สวนทางถึงขนาดที่บางคนอุทานว่า

“นี่เงินเดือนหรือเงินทอน” สิ่งเหล่านี้สะท้อนความเป็นจริงของ ชีวิตมนุษย์เงินเดือน

ได้อย่ างดี สถิติของมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ อยู่ในภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง

บางคนเดือนชนเดือนก็ดีไปแต่ส่วนใหญ่ไม่ถึงครึ่งเดือน ก็แทบจะไม่มีกินกันแล้วปัญหา

เหล่านี้มองว่าเป็นกันมานานและคงจะหาทางให้ทุเลาเบาบางได้ ย าก

ถ้าไม่ถูกหวยรวยทรัพย์กันขึ้นมา ก็ต้องวนเวียนอยู่ในภาวะเดิมๆ หลายคนก็พูดถึงวิธีเก็บเงิน

ออมเงิน เพิ่มเงินในกระเป๋าซึ่งก็มีวิธีการหลากหลายเราก็ลองรวบรวมมาให้ดู

ส่วนจะเลือกใช้วิธีไหนก็แล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละคน

1. ออมเงินตามวันที่

การออมเงิน ตามวันที่ใช้ได้ทั้งแบบ 365 วันและแบบ 30 วัน วิธีการก็

คือเก็บเงินตามวันที่ เช่น วันที่ 1 เก็บ 1 บาท วันที่ 2 เก็บ 2 บาท วันที่ 3 เก็บ 3 บาท ไปเรื่อยๆ

ใน 1 เดือนเราจะมีเงินจากวิธีนี้ เพิ่มขึ้น 465 บาท ดูเป็นตัวเลขที่ไม่ได้

เยอะแยะอะไรเลยแถมบางคนยังบอกอีกว่าวุ่นวายถ้างั้นก็เอาเงิน 400-500 มาเก็บไว้เลย

ไม่ดีกว่าเหรอ แต่อย่ าลืมว่าวิธีนี้คือการฝึกวินัยการออม ถ้าคุณบอกว่

าเก็บเงินมาเลยเดือนละ 400-500 อันนี้ก็ได้เหมือนกัน แต่คำว่าเงินออมคือเงินที่เราจะไม่เอามาใช้

จนกว่าจะจำเป็นจริงๆ จะใช้วิธีไหนก็ได้ถ้าคุณออมได้ ก็ถือเป็นเรื่องดีทั้งนั้น

2. แบ่งเงินใช้ตามวัน

วิธีการที่ยกตัวอย่ าง ให้เห็นภาพ เช่นตั้งเป้าจะใช้เงินไม่เกินวันละ 150 บาท

ก็แยกเงินออกมาไว้เลย หรือแบ่งเงิน 150 บาท ออกเป็น 30 ถุง สำหรับใช้ 1 เดือน แล้ว

ใช้แค่เท่าที่มี (อาจมีเงินสำรองติดตัวไว้หน่อยเผื่อเหตุฉุ ก เฉิ น)

ถ้าวันไหนเงินเหลือ ก็เอามาหยอดกระปุกเก็บออมเพิ่มได้อีก

3. เพิ่มเงินด้วยสูตร 30-45-25

ไม่ใช่สูตรปุ๋ ย นะครับ แต่เป็นสูตรจัดการเงินเดือนสำหรับคนบริหารเงิน

ไม่เก่ง สำคัญคือเราต้องมีวินัยพอสมควรถ้าจะเลือกวิธีนี้ โดย 30 % คือเงินออม 45% คือรายจ่าย

ที่ต้องจ่ายทุกเดือน และ 25% คือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่ างง่ายๆ

ถ้ามีเงินเดือนเข้าบัญชี 15,000 บาทจะเป็นเงินออม 3,000 บาท รายจ่ายทุกเดือน 4,500 บาท

ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 2,500 บาทแต่ต้องมีคนแย้งแน่ๆ ว่า

รายจ่ายต่อเดือนแค่ 4,500 จะไปพอได้ไง แล้วเดือนนึงจะให้กินแค่ 2,500 เองนี่นะ เข้าใจว่าทฤษฏีกับ

ปฏิบัติมักจะสวนทางกันคนส่วนใหญ่จึงทำแบบนี้ไม่ได้ ด้วยปัจจัยแวดล้อม

หลายอย่ าง แต่วิธีนี้ก็เป็นไกด์ไลน์แบบหนึ่งให้มนุษย์เงินเดือนได้ลองไปใช้ เริ่มจากการปรับ

เปลี่ยนพฤติกรร มใช้เงินตัวเอง จะช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าได้ แต่อาจต้องใช้เวลาพอตัวเหมือนกัน

4.ล ง ทุ น ในแฟรนไชส์ราคาเบาๆ

การล ง ทุ น มีความ เสี่ ย ง เรื่องนี้ทุกคนเข้าใจ แต่ปัจจุบันการล ง ทุ น

กับแฟรนไชส์เป็นวิธีที่น่าสนใจมากที่สุดมีหลายแฟรนไชส์ที่ให้เลือกล ง ทุ น ในแพคเกจสบายๆ

ร าค าไม่แรงเกินไป เริ่มต้นตั้งแต่ 5,000 ไปถึงหลัก 10,000 ต้นๆ

สำคัญคือแฟรนไชส์เหล่านี้มีอุปกรณ์พร้อมวัตถุดิบให้เราพร้อมเปิดร้านได้ทันที แต่คนล ง ทุ น ก็ต้อง

มีทำเลการล ง ทุ น ที่ดี และต้องขยัน ตั้งใจทำจริงๆ อาจทำให้มีเวลาพัก

ผ่ อ น น้อยลง แต่ถ้าเห็นเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น ก็คุ้มค่าที่จะเหนื่อย

5. เปิดบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีแบบ 24 เดือนหรือ 36 เดือน

วิธีนี้อาจไม่ เพิ่มรายได้ภายใน 30 วัน แต่วิธีนี้ให้ผลตอบแทนดีโดย

อัตราผลตอบแทนประมาณ 2.25-3% ต่อปี เป็นการบังคับให้เราต้องนำเงินไปฝากธนาคารทุกเดือน

เดือนละเท่าๆ กัน ตั้งแต่ 1,000-25,000 บาท ยิ่งฝากเยอะ ยิ่งฝากนาน ก็ยิ่งได้ ด อ ก เบี้ยเพิ่มขึ้น

6. ซื้ อ ของฟุ่มเฟือยแค่ไหน ก็หยอดกระปุกแค่นั้น

บางทีห้ามไม่ได้ ก็ต้องหาวิธีผสมผสานกันไปซะเลย บางคนเลิกไม่ได้

กับการช็อปปิ้งซื้ อ สินค้าฟุ่มเฟือยไม่จำเป็นต่างๆ ถ้าห้ามไม่ได้ก็เข้าร่วมไปเลย แต่ทุกครั้งที่ซื้ อ

ของฟุ่มเฟือยไปก็ต้องมาหยอดกระปุกไปตามราคาของด้วยเช่น ซื้ อ

เสื้อผ้ามา 500 ก็ต้องหักใจเอาเงินอีก 500 ไปหยอดกระปุกด้วยแต่เชื่อว่าในกระบวน การออมเงิน

เพิ่มรายได้ให้ตัวเอง วิธีแบบนี้ย ากที่สุดคงไม่มีใครทำได้ แต่ก็ถือเป็น

อีกวิธีที่ใครทำตาม รับรองว่าได้ผลมีเงินเป็นก้อนในอนาคตแน่

7. เก็บแต่เงินเหรียญเท่านั้น

อย่ าดูถูก พลั ง ของเงินเหรียญเด็ดขาด เหรียญ 1 บาท 2 บาท 5 บาท 10 บาท

ลองเก็บให้ได้รวมๆได้จำนวนมากเมื่อไหร่ได้นับกันจนเมื่อยนิ้วแน่ ถามว่าจะเก็บยังไง

วิธีไม่ย าก แต่เอาเงินที่ได้จากการใช้ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเงินทอนจาก

ค่ารถ ค่าข้าว ซื้ อ ของร้านสะดวกซื้ อ ส่วนใหญ่มีทั้งแบงค์และเหรียญรวมกันมา แยกไปเลย

เอาแบงค์ไปใช้ แต่เหรียญทุกบาททุกสตางค์ เก็บเอาไว้ห้ามใช้ วิธีนี้ไม่

เห็นผลทันทีแต่จะเห็นผลในระยะย าวทีสำคัญไม่ทำให้เรารู้สึกอึดอัดเรื่องการใช้เงินในแต่ละวันด้วย

8. ออมเงินเท่าค่ากาแฟ

ไม่ปฏิเสธว่า รายจ่ายของมนุษย์เงิน เดือนส่วนหนึ่งหมดไปกับค่ากาแฟ

ยิ่งแบรนด์ใหญ่ ราคายิ่งแพง แต่บางคนก็เลิกดื่มไม่ได้ และต้องซื้ อ ทุกวัน แถมบางวันกิน

วันละ 2-3 แก้วอีกด้วย การออมเงินเท่าค่ากาแฟลองคิดดูเล่นๆถ้าเราซื้ อ

กาแฟแก้วละ 60 บาททุกวัน ใน 1 สัปดาห์ (5วันที่ทำงาน) มีรายจ่ายส่วนนี้ 300 บาท ใน 1 เดือน

ทำงานประมาณ 20 วัน (จันทร์-ศุกร์) รายจ่ายค่ากาแฟประมาณ 1,200 บาท

ถ้าเปลี่ยนพฤติกรร มการดื่มกาแฟไม่ได้ก็ลองเก็บเงินจากวิธีนี้ดูแล้วจะรู้ว่าได้ผลจริงๆ

9. ซื้ อ กองทุนรวมที่ไม่เสี่ ย ง

คนที่ไม่อย ากฝากเงินไว้ในธนาคารเพราะด อ ก เบี้ยต่ำ อาจเลือกวิธีออม

ด้วยการซื้ อ กองทุนรวม ซึ่งได้ผลตอบแทนประมาณ 1% กว่าๆ หรือจะเลือกกองทุนตราส าร หนี้

ที่ความเสี่ ย ง ต่ำก็น่าสนใจให้ผลตอบแทนราวๆ 1-3% เงินต้นก็ไม่หาย

แต่ได้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ที่ให้ด อ ก เบี้ยไม่เกิน 0.5% ด้วย

10. ล ง ทุ น ขายของออนไลน์

วิธีการออมเงินต่างๆ อาจจะไม่สร้างรายได้ในทันที ใครที่อย ากมีราย

ได้เพิ่มขึ้นชัดเจน ลองเลือกขายของออนไลน์ดูน่าจะเข้ากับยุคสมัยนี้มากที่สุด แต่ก็ต้องทำความ

เข้าใจด้วยว่าสมัยนี้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มีเกลื่อนเมื อ ง สินค้าในอินเทอร์เนต

มีให้เลือกมากมาย การที่เราจะขายสินค้าอะไรก็ต้องรู้จักวิธีทำตลาดให้ลูกค้ารู้จักตัวตน

ของเรา รู้จักร้านค้าของเราในโลกออนไลน์ ซึ่งก็มีวิธีการโป ร โ ม ท และ

กล ยุ ทธ์ การตลาดมากมาย ถ้าเบื่อการออมก็ลองเลือกล ง ทุ น แบบนี้ได้วิธีเพิ่มเงินที่ดีที่สุด

ในยุคนี้ คือบริหารเงินให้เป็น อันไหนที่ไม่ควรจ่ายก็อย่ าจ่าย และพย าย าม

หารายได้เพิ่มทั้งจากการล ง ทุ น ในรูปแบบต่างๆ แม้ภาวะเศรษฐกิจจะไม่ได้ดีนัก การช่วยเหลือ

ตัวเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในยุคที่การเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์อย่ ารอว่า

เศรษฐกิจจะดี ทุกอย่ างเริ่มต้นที่ตัวเราไม่ต้องรอใครมาช่วยทั้งนั้น

Load More Related Articles
Load More By chaiyasitbudwong
Load More In ข้อคิด

Check Also

คนบางคนก็เเค่ผ่านมาให้รัก ไม่ได้ผ่านมาให้เราคบ

คนบางคนผ่านมา เพื่อสอนบ้างอย่ างให้คุณไว้เป็นบทเรียน คน … …